แสงประดิษฐ์

แสงที่ใช่

แสงที่ใช่ มันคืออะไร

การถ่ายภาพ Silhouette สามารถทำได้ง่าย เพียงแค่หาแสงที่ผ่านเข้ามาด้านหลังวัตถุหรือตัวแบบที่ต้องการถ่าย และแสงจากฉากหน้าจะต้องสว่างน้อยกว่าฉากหลัง ปกติในการถ่ายก็อาศัยแสงจากดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นแสงธรรมชาติที่พบเห็นได้ง่ายและสวยงามที่สุด ส่วนเวลาในการถ่ายที่ดีที่สุดคือช่วงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและตก หรือจะใช้แสงประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นก็ได้
แสงจากธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงแสงอาทิตย์ การถ่ายภาพส่วนใหญ่แล้วก็อาศัยแสงจากดวงอาทิตย์เป็นหลัก ซึ่งแสงจากดวงอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลาจะมีทิศทางและสีที่แตกต่างกัน
– ช่วงแสงทไวไลท์ หรือช่วงเวลาโพล้เพล้หรือพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นหรือตกไปแล้ว เวลาประมาณ 05.30-06.30 น. และช่วงเวลา 18.00-19.00 น. จะมีแสงน้อย ท้องฟ้าจะมีสีสันต่างๆ น้ำเงิน ม่วง ชมพู ฯลฯ ดังนั้นการถ่ายภาพมักจะใช้ขาตั้ง ถ้าถ่ายบุคคลจะต้องใช้ไฟเข้าช่วยถึงจะมองเห็นใบหน้าตัวแบบ

ช่วงแสงสีทอง หรือช่วงเวลาเช้าตรู่และตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เวลาประมาณ 6.30-8.30 น. และ 16.00-18.00 น. แสงอาทิตย์จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองหรือสีส้ม จะเป็นช่วงที่ช่างภาพนิยมเก็บภาพกัน จะได้ภาพที่มีความนุ่มนวล ดูมีมิติ ได้อารมณ์ มองดูสบายตา สภาพอากาศก็กำลังดีไม่ร้อนจนเกินไป แต่บางครั้งภาพอาจจะมีเงาดำมากเกินไป(Contrastสูง) ช่างภาพบางคนก็จะจัดแสงช่วยในการเปิดเงาด้วย

ช่วงแสงใส เป็นช่วงที่แสงพระอาทิตย์ไม่มีสีส้ม และท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงิน ฟ้า (ยกเว้นฝนตก) จะอยู่ที่เวลาประมาณ 9.00-11.00 น. และ 14.00-15.30 น. ช่วงนี้พระอาทิตย์จะมีตำแหน่งให้แสงในทิศทางที่เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลให้สีสันที่ถูกต้อง

ช่วงแสงเที่ยง เป็นช่วงที่แสงของพระอาทิตย์จะแรงมาก หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “แสงแข็ง” โดยจะอยู่ที่เวลาประมาณ 11.30-13.30 น. ซึ่งช่วงเวลานี้ นอกจากจะให้แสงที่แรงและร้อนแล้ว ทิศทางของแสงยังมาจากด้านบน ทำให้เกิดเงาขึ้นที่ใต้ตา จมูกและปาก ซึ่งเป็นเงาที่ไม่พึงประสงค์ ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพและวีดีโอเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายภาพบุคคล ถ้าจะถ่ายควรถ่ายในร่มให้แสงสะท้อนเข้ามาทางหน้าต่างแทน

ทิศทางของแสง
ทิศทางแสงที่แตกต่างกันจะส่งต่อมิติของภาพ หรือให้อารมณ์ภาพแตกต่างกันได้ ดังนั้นในการถ่ายภาพสิ่งที่ควรพิจารณาอีกอย่างคือความเหมาะสมของทิศทางของแสง โดยเราสามารถแบ่งทิศทางของแสงออกเป็น 5 ทิศทางใหญ่ๆ ดังนี้

ทิศทางจากด้านบน คือแหล่งกำเนิดแสงจะอยู่บนหัวเรา จะทำให้เกิดเงาตกกระทบทางด้านล่างของวัตถุ แม้แสงในทิศทางนี้จะไม่นิยมใช้ถ่ายงาน แสง แต่ในหลายๆครั้งก็สามารถนำมาใช้ได้ โดยมักใช้ในฉากที่ต้องการให้ตัวแบบมีเงาขึ้นที่ผม หรือ สร้างออร่าดูเป็นผู้สูงส่ง